16 สิงหาคม 2562 รายงานพิเศษ : ทช.เกาะติดสัตว์ทะเลหายากเกยตื้น ปลุกกระแสอนุรักษ์-หยุดคุกคาม

ที่มา: https://www.naewna.com/local/433528
อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่าจากกรณีเจ้าหน้าที่ของ ทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันให้ความช่วยเหลือ “มาเรียม” พะยูนน้อยหลงฝูง จนเกิดกระแสการอนุรักษ์พะยูน สัตว์ทะเล รวมถึงทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในหมู่คนไทยอย่างแพร่หลาย ขณะที่เวลาไล่เลี่ยกันเจ้าหน้าที่ยังให้ความช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมากเช่น พะยูนหลงฝูง “ยามีล”เต่าทะเลบาดเจ็บ และ“โฮป” ลูกวาฬหัวทุยแคระ ซึ่งถูกพบเกยตื้นพื้นที่บริเวณชายหาดบ้านในไร่ ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ดังนั้นเพื่อเป็นการขยายผลกระแสการอนุรักษ์สัตว์ทะเลและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้ต่อเนื่อง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงลงพื้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์สัตว์ทะเลหายาก และความคืบหน้าการฟื้นฟูสัตว์ทะเลที่ได้รับความช่วยเหลือ สำหรับลูกพะยูน “ยามีล” อายุประมาณ 3 เดือน ถูกพบพลัดหลงจากแม่มาเกยตื้นบริเวณบ้านบ่อม่วง ตำบลทรายขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ในสภาพอ่อนแรงและมีรอยแผลฉกรรจ์ตามร่างกายกว่าร้อยละ 50 จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ทำให้ไม่สามารถส่งไปอนุบาลในพื้นที่เปิดได้ โดยเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้าย “ยามีล”มาดูแลที่บ่อเลี้ยงในระบบปิดของศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ศวทม.) จังหวัดภูเก็ต ล่าสุด เมื่อเวลา 23.23 น. ของวันที่ 12 สิงหาคม ลูกวาฬหัวทุยแคระสิ้นใจตายจากภาวะ ช็อก ติดเชื้อในร่างกาย หลังถูกนำมารักษาเกือบ 10 วัน ที่ศูนย์วิจัยทางทะเลชายฝั่งอันดามันภูเก็ต ทช. สาเหตุจากการตรวจผลทางโลหิตวิทยา พบภาวะการติดเชื้อในร่างกาย มีภาวะการแห้งน้ำรุนแรง พบค่าการทำงานของตับและไตสูง และมีภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ ผลตรวจอัลตราซาวนด์ พบแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้จำนวนมาก และมีการเคลื่อนไหวของลำไส้มากกว่าปกติ และสาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากภาวะช็อก (Pain and Septic Shock) การติดเชื้อในร่างกาย (Sepsis) และภาวะการแห้งน้ำอย่างรุนแรง (Severe Dehydrate) “การสูญเสียครั้งนี้สร้างความเสียใจให้พวกเราทุกคน ไม่ใช่การสูญเสียครั้งแรกที่เกิดขึ้น ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนไทยทุกคน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนสถานที่ท่องเที่ยวตลอด 2 แนวชายฝั่งทะเลของประเทศไทย ให้เกิดความตระหนักจิตสำนึกดูแลป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับสัตว์ทะเล รวมถึงร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เช่น ไม่ทิ้งขยะพลาสติก หยุดคุกคาม งดล่าและไม่รุกล้ำเข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่หวงห้าม หรือทำลายแหล่งอาหารของสัตว์ เพื่อที่สัตว์และธรรมชาติเหล่านี้อยู่คู่กับพวกเราไปตราบนานเท่านาน”